[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 1] : บทนำ แผนการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ สิ่งที่ควรรู้

ประเทศตุรกี เป็นประเทศที่อาจจะไม่ได้ถูกพูดชื่อตรงๆออกมาบ่อยๆในวิชาประวัติศาสตร์ หากแต่ความสำคัญนั้น ไม่ได้น้อยไปกว่า อียิปท์ กรีก หรือ โรมันเลย ใช่แล้ว จริงๆ เราทุกคนรู้จัก ดินแดนแห่งนี้มาก่อน ในชื่อของ อาณาจักรโรมันตะวันออก กรุงอิสตันบูลก็คือกรุงคอนสแตนตินโนเปิล เมืองหลวงของจักรวรรดิหลังจากที่กรุงโรมล่มสลาย

แม้แต่ชื่อเมืองกรีกโบราณ และ อียิปท์ช่วงปลาย (Ptolemaic Egypt) ที่เราได้ยินบ่อยๆหลายๆแห่ง เช่นกรุงทรอย อีฟีซุส เพอร์กามอน อาณาจักรไอโอเนีย ลีเซีย และอื่นๆอีกมากมายต่างก็ตั้งอยู่ในอาณาเขตของประเทศตุรกีในปัจจุบันทั้งนั้น

นั่นเพิ่งพูดถึงยุคโรมัน ที่อยู่เป็นพันปี แล้วยังตามมาด้วยการกลายเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอันแสนยิ่งใหญ่ของโลกมุสลิมอย่าง Ottoman Empire ซึ่งก็มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจมากมาย (ซึ่งอาณาจักรได้แผ่ไปไกลมากๆ เช่น ถ้าเราไปยุโรปตะวันออก อย่างฮังการี หรือ ประเทศในยูโกสลาเวียเก่า ก็จะมีสถาปัตยกรรม Ottoman ไม่น้อย แม้แต่สเปนใต้ อย่างแคว้น Andalusia เอง ก็จะได้รับอิทธิพลมาเช่นกัน) — แม้จะเป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ แต่ด้วยวิธีคิดที่ Conservative ทำให้โดนหลายๆชาติในยุโรปรุมในยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 และก็มี Mustafa Kemal Ataturk ผู้นำทำสงครามประกาศเอกราช จนได้ถูกยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งตุรกียุคใหม่ (และนั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ เวลาเรียนประวัติศาสตร์เราเรียนในชื่อจักรวรรดิอื่น ทั้งที่มันก็เกิดขึ้นในดินแดนตรงนี้แหล่ะ)

มาถึงตรงนี้ สมยานามที่ทุกคนตั้งไว้ว่า “ดินแดนสองทวีป” มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันไม่ใช่แค่ทางภูมิศาสตร์​ แต่มันคือทั้งทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม การเมือง ศาสนา

อย่างไรก็ตาม ในทางทฤษฎีภูมิศาสตร์ ประเทศตุรกี ตั้งอยู่บนทวีป ยูเรเชีย หรือ Europe + Asia นั่นเอง อิสตันบูลเมืองใหญ่และสำคัญอยู่ในยุโรป พอเจอช่องแคบบอสพอรัสกั้นไป ที่เหลือ 95% ของประเทศถือว่าอยู่บนแผ่นทวีปเอเชียทั้งหมด (จริงๆ โคตรสำคัญในทางยุทธศาสตร์ในการเข้าทะเลดำเลยอ่ะ)

สำหรับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันของชาวตุรกีเท่าที่เราได้สัมผัส เราว่าเค้าค่อนข้างเมดิเตอเรเนียนมากๆ มีความเป็นยุโรปใต้ ทั้งอาหาร การแสดงออก ส่วนในอิสตันบูลเอง เรารู้สึกว่าไลฟ์สไตล์ค่อนข้างตะวันตก และเป็นชาวมุสลิมที่เปิดและชิวมากๆ หากเทียบกับประเทศมุสลิมประเทศอื่นที่เคยไปมา


เกร็ดเล็กๆน้อยๆ

– คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า อยู่ได้ 30 วัน แอบเม้าท์ว่า ตม.ที่ตรวจของเราจำไทยแลนด์สลับกับไต้หวัน แล้วนางก็วีนเราเรื่องวีซ่า เราเลยวีนกลับ…​จะบอกว่า เจอเคสแบบนี้ ก็บอกกลับไปค่ะ ไทยแลนด์ ไม่ต้องใช้วีซ่า มั่นใจค่ะ!

– ภาษาราชการของที่นี่คือภาษาตุรกี ในแหล่งท่องเที่ยวคนส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ แต่ถ้าไปเจอคนท้องถิ่นนอกเส้นทางจะสื่อสารลำบาก กูเกิ้ลทรานสเลททำหน้าที่ได้ดี ข้อดีคือ ใช้ตัวอักษรละติน ทำให้เรายังพออ่านและจำได้

– เรามาช่วงถือศีลอดหรือ รอมดอน คนที่นี่ให้เกียรติเรามาก เค้าบอกว่า เค้าไม่กิน เค้าถือศีลอดเพราะเป็นความเชื่อของเค้า ส่วนเราไม่ได้เชื่อแบบเค้า เราก็กินไปสิ แถมยังมีน้ำใจ ทำชา ให้กินตลอดแม้จะไม่ใช่ในร้านค้าก็ตาม

– คนที่นี่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ดังนั้นจะหาหมูทานไม่ได้ ส่วนใหญ่เสิร์ฟ เนื้อ ไก่ ปลา และ แกะ ส่วนผู้หญิงแต่งตัวกันค่อนข้างอิสระ ชิวมากๆค่ะ

– ชิวขนาดที่ว่า มีเหล้าท้องถิ่นของตัวเอง ที่ชื่อว่า Raki (รสชาติคล้าย Ouzo ของกรีก เป็นพวกเหล้าสมุนไพรรสชาติแบบยาสีฟันหน่อย) ส่วน ค๊อกเทล เบียร์ บุหรี่ ก็ขายถูกค่ะ

– เวลา ช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมงในช่วง Daylight Saving Time (ประมาณเดือนเมษา-กันยา ให้เช็คอีกทีนะคะ ต้องเช็คว่า Daylight Saving Time Turkey แต่ละปีเปลี่ยนไม่ตรงวัน เผื่อถ้าไปคร่อมๆช่วงนั้น), ส่วนช่วงนอก DST  เวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมงค่ะ

– ที่นี่อากาศโดยทั่วไป มี 4 ฤดู แต่ด้วยพื้นที่ของประเทศที่ใหญ่มากกกกกกก แต่ละภาคก็อาจจะมีอากาศต่างกันเล็กน้อยในแต่ละฤดู ถ้าไปทะเลภาคใต้ของประเทศ ก็จะอบอุ่นมีแดดทั้งปี ฤดูร้อนช่วง กค.-สค. ร้อนมาก ส่วนที่ราบสูงหรือภูเขาสูง ก็จะมีฤดูเล่นสกี ส่วนฤดูหน้าเที่ยวก็คือ ใบไม้ผลิช่วงเมษา-พฤษภา และใบไม้ร่วงตุลา-พฤศจิกา เพราะอากาศเย็นสบาย ไม่หนาวไป ส่วนเวลาขึ้น-ลงของพระอาทิตย์ ฤดูหนาวกลางวันสั้น ฤดูร้อนกลางวันยาว

– เงินต้องไปแลกที่โน่น เราค่อนข้างโชคดีไปตอนค่าเงินตก เรทจะอยู่ที่ 1 ลีราตุรกี = 7 บาท โดยแล้วแต่ว่าเราจะไปต่อรองแลกได้เท่าไหร่ (คือที่แลกเงินในต่างประเทศ บางทีมันเป็นอารมณ์เหมือนร้านขายของ คือเราต่อเจ้าของร้านได้ว่า แลกเยอะนะ ขอเรทดีหน่อย ให้เค้าลดเรทให้)

– บัตรเครดิตเราตัดที่ 1 ลีรา = 6.9 บาท
– เรทที่แย่ที่สุดที่เจอคือ 1 ลีรา = 7.36 บาท (แลกที่สนามบินอิสตันบูล โดยแลกในอัตรา 1 ยูโร = 37.95 บาท และ 1 ยูโร ได้ 5.15 ลีรา)
– เรทที่ดีที่สุดที่เจอคือ ในโรงแรมในเมือง Denizli ได้มา 1 ลีรา = 6.7 บาท (แลกในอัตรา 1 ยูโร ได้ 5.6 ลีรา)

– ค่าครองชีพถูกมากกกกกกกก สำหรับเรามันคือ ยุโรปที่ VAT 8% โดยที่ปกติ อิตาลีงี้ VAT 22% และค่าเงินที่ตกทำให้ของถูกมาก น้ำขวดละ 1 ลีรา = 7 บาท, เชอร์รี่ กิโลละ 3 ลีรา = 21 บาท, อาหารในร้านอาหารในย่านท่องเที่ยว ตกประมาณเซ็ทละ สองร้อยบาท, ชา กาแฟ แก้วละ 2 ลีรา = 14 บาท

– ที่ที่อยากชี้เป้าเป็นการส่วนตัวคือ Zara และ H&M ที่งงมากว่าตั้งราคาผิดรึป่าว กางเกงขาสั้นใน H&M ที่ไทยราคา 499 บาทชัวร์ๆ ที่นี่ 140 บาท… เดรสที่เราเพิ่งซื้อ 1699 บาท ที่นี่ก็ 680 บาท นี่คือราคาปกติไม่เซลล์ ส่วน Zara ของราคา 1990 ที่นี่จะขาย 169 ลีรา (ประมาณพันเอ็ด) , ของราคา 2590 บาท ที่นี่จะขาย 239 ลีรา (ประมาณพันหก) เอาเป็นว่า รอ Zara Sale เมืองไทย ยังถูกไม่เท่าราคาปกติที่นี่เลย

– อีกหนึ่งความถูกคือ ตั๋วเครื่องบินในประเทศ เรานั่ง Turkish Airlines ราคารวมน้ำหนักกระเป๋า 15 กิโล มาในราคา 781 บาท นี่คือราคาที่ตัดบัตรเครดิตเราเลยนะ แล้วดูของแจกบนเครื่องดิ

– ความพีคของราคาที่นี่มีอีกเยอะ ติดตามตอนต่อๆไปนะคะ

– Taxi มิเตอร์จะอยู่ที่กระจกมองหลังนะคะ ไม่แน่ใจว่าเราเด๋อเองรึป่าว แต่ขึ้นแท๊กซี่ แล้วย้ำว่าให้เปิดมิเตอร์ กลัวโดนโกง ประเด็นคือหามิเตอร์ไม่เจอ สรุปมิเตอร์มันเป็นเลขกระพริบๆอยู่ในกระจกมองหลังของคนขับค่ะ

– หนึ่งสิ่งที่ฟินและพีคและอยากให้ลองคือ Turkish Bath คือถ้าญี่ปุ่นมีออนเซ็น ไทยมีนวดแผนไทย ไปถึงตุรกีมันก็ต้องโดน เติร์กกิชบาธเนี่ยแหล่ะค่ะ หนึ่งในประสบการณ์ที่ชอบที่สุดที่นี่เลย (ติดตามรายละเอียดในตอน Istanbul นะคะ)

*เราไปช่วงปลายเดือนพฤษภาคม-ต้นเดือนมิถุนายน ปี 2018 ค่ะ





การเดินทาง

ถ้าบินตรงจะมีสายการบินเดียวคือ Turkish Airline ราคาสูงหน่อย ถ้าไม่ซีเรียสก็เปลี่ยนเครื่อง มีให้เลือกหลายสายการบินเลยค่ะ ปกติเราเทียบราคาและจองใน Skyscanner.com คลิ๊กได้เลยนะคะ แนะนำว่านอกจากราคาแล้ว ให้ดูเวลาเดินทางค่ะ พวกระยะเวลา เวลาไปถึง เวลาต่อเครื่อง เราก็หาโปรเจอมาจาก Skyscanner.com เหมือนกันค่ะ


แผนการเดินทาง
(ชมโรงแรมต่อ คลิ๊กที่ชื่อโรงแรมได้เลยนะคะ)

Day 1 : เดินทางกทม.-อิสตันบูล
พัก : โรงแรมแถวสนามบิน Tempo Suite Istanbul

Day 2 : เดินทาง อิสตันบูล –  Kayseri โดยเครื่องบิน 1 ชั่วโมง
ชิวที่โรงแรมและในเมือง, ขี่ม้า, ชมพระอาทิตย์ตก
พัก :  Local Cave House

Day 3 : ขึ้นบอลลูน, เที่ยว Cappadocia
(Uchisar Castle, Cave Cafe, Avanos, Pottery Making, Pasabagi, Imagination Valley, Rose Valley)
พัก : Sultan Cave Suites

Day 4 : เที่ยว Cappadocia 2
(Kaymakli Underground City, Pigeon Valley, Turasan Winery, Three Beauties, Goreme Open Air Museum)
นอนบน Night Bus ไป Antalya

Day 5 : เที่ยว Antalya
(เดินเล่นในเมือง Hadrian’s Gate, Tower, จุดชมวิว, ล่องเรือชมชายฝั่ง, เล่นน้ำทะเลที่หาด Mermerli)
พัก : Luna Boutique Hotel

Day 6 : นั่งบัสจาก Antalya – Pamukkale
เที่ยว Pamukkale, Necropolis, Hierapolis, แช่น้ำแร่ในบ่อคลีโอพัตรา
พัก : Yidririm Hotel Denizli

Day 7 : เช่ารถจาก Denizli – Selcuk
เที่ยว Ephesus จากนั้นไปคืนรถที่สนามบิน Izmir บินกลับ อิสตันบูล
พัก : Galata Palace Hotel

Day 8 : เที่ยว Istanbul 1
(Blue Mosque, Hagia Sophia, วิวจากคาเฟ่ดาดฟ้า, พระราชวัง Topkapi, Basilica Cistern, Grand Bazaar, Egyptian Bazaar, French Street)
พัก : Galata Palace Hotel

Day 9 : เที่ยว Istanbul 2
(พระราชวัง Dolmabahce, พระราชวัง Ciragan ของโรงแรม Kempinski ทานอาหารเที่ยงและอาฟเตอร์นูนทีในวัง, ย่าน Ortakoy , Taksim Square, Istiklal Street, Galata Tower)
พัก : Galata Palace Hotel

Day 10 : เที่ยว Istanbul 3
(Cafe Hopping and Shopping ย่านวินเทจ Cukur Cuma, Turkish Bath ที่ Kilic Ali Pasa, เที่ยวฝั่งเอเชีย)
เดินทางไปสนามบิน เดินทางไปยัง Almaty ประเทศคาซัคสถาน

Day 11 : เที่ยวเมือง Almaty ประเทศคาซัคสถาน * เหตุเกิดจากความงกค่ะ คือตั๋วมาตุรกีที่ถูกที่สุดต้องแวะที่นี่ 1 วัน ซึ่งเราก็โอเคสิคะ ตั๋วหมื่นสี่ รวมค่าจ้างรถ+ไกด์ส่วนตัวในคาซัคแล้วยังถูกกว่า ตั๋วสายการบินอื่นที่ต้องแวะเหมือนกัน
(Almaty City Tour, Medeo, Big Almaty Lake, Falcon Show)
เดินทางกลับประเทศไทย

Day 12 : ถึงกรุงเทพตอน 8 โมงค่ะ

แอบเสริม ถ้าไม่ได้มีเวลา แล้วก็ไม่ได้อินกับการต้องนั่งคาเฟ่นานๆ เที่ยวช้าๆ ชิวๆ ดูผู้คน ดูธรรมชาติ ว่ายน้ำ แช่น้ำ มันสามารถบีบเข้าไปให้สั้นกว่านี้ได้เลยนะคะ แต่เราชอบเดินมั่วๆไปตามที่ต่างๆแบบไม่วางแผน เลยค่อนข้างเผื่อเวลา และยังกลับมาคิดว่ามันสั้นไปหน่อย มีอีกหลายที่ที่ไม่ได้ไป

และแพลนเรา ตัดบางจุดออกไป เช่น Pergamon เองที่เราเคยดูพิพิธภัณฑ์ที่สมบูรณ์ที่เบอร์ลิน กรุงทรอยซึ่งค่อนข้างมีแต่ซาก กับแลนด์มาร์คที่ทำขึ้นใหม่ (ส่วนตัวไม่ค่อยชอบแบบนี้อ่ะค่ะ อย่างตอนไปจอร์แดนแล้วไป Mt. Nebo ก็จะไม่ค่อยอินเท่าไหร่ ทั้งๆที่อินกับประวัติศาสตร์นะคะ แต่เราก็เก็บ Jerash, Pompeii, Athens อะไรแบบนี้ไปหมดแล้ว)

จริงๆประเทศตุรกีเป็นประเทศที่พื้นที่ใหญ่มาก แบบใหญ่กว่าไทยประมาณ 1.5 เท่า ให้นึกถึงว่า จะเที่ยวจากเชียงราย ไป ยะลา ไป อุบลภายในช่วงเวลาสั้นๆมันคงเป็นไปไม่ได้

รูทเบสิคที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไป มักจะเกาะอยู่ซีกตะวันตกของประเทศ ซึ่งจริงๆ ก็สมเหตุสมผลในแง่ของความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ความง่ายในการเดินทาง ระยะทางจากซีเรียและเขตของชาวเคิร์ด แต่จริงๆแล้ว พอได้มาหาข้อมูลเรารู้สึกว่า ฝั่งตะวันออกของประเทศ อย่างโซนที่ติดกับอาร์เมเนีย มีอะไรน่าดู น่าเที่ยวหลายอย่างเลย เฟอร์รี่ไปเกาะไซปรัส ก็ราคาดีมาก(กว่าตั๋วเครื่องบินไปไซปรัสจากยุโรปที่เคยหาไว้)

ที่สำคัญ ภูมิประเทศของที่นี่มีความแตกต่างกันมาก ที่เราสามารถทำได้ตั้งแต่ เล่นสกี ล่องแก่ง ดำน้ำแบบสกูบ้า ในแต่ละแคว้นเองก็มีกิจกรรมทำเยอะมาก เช่น แคว้นอันตาเลียที่อยู่ทางใต้ติดทะเล มีทั้งเมืองจม เมืองกรีก จุดดำน้ำ ล่องแก่ง เรียกว่าเหมือนไปเชียงใหม่หรือภูเก็ต อยู่ที่เดียวได้เป็นอาทิตย์ ค่าใช้จ่ายถูก ทะเลสวย แต่ขนาดมันใหญ่แบบที่ขับรถในจังหวัดเดียวกันเองยังมี 3-4 ชั่วโมง ซึ่งแน่นอนว่าเรามาค้นพบหลังจองตั๋วไปแล้ว เลยพลาดไป แต่อยากบอกว่า มันเป็นหนึ่งในออปชั่นการเที่ยวทะเลเมดิเตอเรเนียน ที่ถูกที่สุดแน่ๆ

_____________________________

ค่าใช้จ่าย (เรทยูโร = 38 บาท, ลีรา = 7 บาท, บัตรเครดิตตามตัดจริง ใช้ Mastercard fee 2%)

1. ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ Air Astana : 16300 บาท

2. ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ

2.1 Istanbul-Kayseri : 781 บาท
2.2 Izmir – Istanbul : 781 บาท

3. โรงแรมทั้งหมด 8 คืน รวมแล้ว 458 Euro หารสาม : 5793.70 บาท

4. ค่าใช้จ่ายใน Cappadocia

4.1 ค่าบอลลูนต่อคน 150 Euro : 5700 บาท
4.2 ค่าเช่ารถ 3 วัน รวมประกันและคืนต่างสถานที่ 115 Euro หารสาม : 1456 บาท
4.3 ค่าน้ำมัน 200 ลีรา (หนึ่งในสิ่งที่แพงของที่นี่คือน้ำมัน!!) : 467 บาท
4.4 ค่าขี่ม้า 20 Euro : 760 บาท
4.5 ค่าเข้า Kaymakli 25 ลีรา, Goreme Open Air Museum 30 ลีรา : 385 บาท
4.6 ค่าที่จอดรถ โดน 3 ลีราไป 3 ครั้ง : 21 บาท
4.7 ค่าถ่ายรูปกับอูฐ 100 ลีรา ค่าถ่ายรูปร้านพรม 50 ลีราหารสาม : 350 บาท
4.8 ค่าอาหาร+ชา+ไอศกรีม+บารากุ 6 มื้อ มีตั้งแต่มื้อละ 10 ลีรา – 50 ลีรา เฉลี่ยมื้อละ 200 บาท : 1200 บาท

5. ค่าบัส

5.1 Night Bus Goreme – Antalya 75 ลีรา : 525 บาท
5.2 Antalya – Denizli (+ รถตู้ Denizli – Pamukkale) 46 ลีรา + 4 ลีรา = 350 บาท

6. ค่าใช้จ่ายใน Antalya – Izmir

6.1 ค่าล่องเรือคนละ 30 ลีรา : 210 บาท
6.2 ค่าเข้าชายหาด พร้อมเตียง ร่มและห้องอาบน้ำ 17 ลีรา : 119 บาท
6.3 ค่าบัสจากสถานีรถบัสเข้ามายังเมือง Antalya 10 ลีรา : 70 บาท
6.4 ค่าเข้า Pamukkale 35 ลีรา : 245 บาท
6.5 ค่าเข้า Cleopatra Pool 32 ลีรา : 224 บาท
6.6 ค่าเช่ารถจาก Denizli – Izmir Airport 1 วัน 400 ลีรา + น้ำมัน 100 ลีรา : 1166 บาท
6.7 ค่าเข้า Ephesus 40 ลีรา : 280 บาท
6.8 ค่าอาหาร+ของทานเล่น 6 มื้อ : 1200 บาท

7. ค่าใช้จ่ายในอิสตันบูล

7.1 ค่าเดินทาง เติมไว้ในบัตร Istanbul Card 50 ลีรา (พอทั้งทริป ไปกลับสนามบิน ขึ้นเมโทรครั้งนึงประมาณ 2.5 ลีรา) : 350 บาท
7.2 ค่าเข้า Dolmabahce 40 ลีรา, ค่าเข้า Hagia Sophia 40 ลีรา, ค่าเข้า Topkapi+Harem 65 ลีรา : 1015 บาท
7.3 ค่า Turkish Bath 220 ลีรา : 1540 บาท
7.4 ค่าอาหารมื้ออื่นๆ (ที่อิสตันบูล แพงกว่านิดนึง ตกมื้อละ 40-60 ลีรา) : 1120 บาท
7.5 ค่าแท๊กซี่จากสนามบินไปโรงแรม Tempo Suite ในคืนแรก 2 เที่ยว เที่ยวละ 14 ลีรา :65.3 บาท

8. ค่าใช้จ่ายในคาซัคสถาน ไพรเวททัวร์ 220 $ : 2273.3 บาท

รวมทั้งหมด 44,747.3 บาท 

ราคานี้ ไม่รวมแค่มื้อหรู 2 มื้อที่เราเลือกทานในร้าน fine dining ที่เชฟเคยทำงานร้านมิชลินที่ฝรั่งเศส และได้คะแนนใน La Liste สูงกว่า Suhring ประเทศไทย (แต่ยังต่ำกว่า Le Normandie นะคะ พอดีที่เมืองอิสตันบูลยังไม่มีมิชลินไกด์ค่ะ แต่อาหารก็เป็นแนวๆนั้น)

อ้อ…​แล้วก็ไม่รวมช้อปปิ้ง ซึ่งสำหรับเสื้อผ้าราคานั้น เรียกว่า เราซื้อเหมือนซื้อส่งอ่ะค่ะ

โรงแรมทั้งหมดจองผ่าน Booking ค่ะ



Booking.com


หากชอบรีวิว ช่วยกดไลค์เพจเป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่า

สำหรับ ทริปนี้ เราแบ่งเป็น 10 ตอนตามนี้เลยค่ะ แล้วก็ยังมีรีวิวแยกของร้านอาหารและโรงแรมให้ด้วยนะคะ 🙂

[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 1] : บทนำ แผนการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ สิ่งที่ควรรู้
[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 2.1] : Cappadocia ดินแดนในฝันที่มีมากกว่าบ้านถ้ำและบอลลูน
[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 2.2] : Cappadocia ขี่อูฐ วิวบอลลูน ขับรถเที่ยวในดินแดนเหนือจินตนาการ
[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 3] : Antalya เมืองเก่าสุดชิลล์ ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 4] : Pamukkale ปราสาทปุยฝ้าย บ่อน้ำแร่ที่ธรรมชาติสร้างได้เหมือนฝัน
[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 5] : Ephesus เมืองกรีกโบราณ ที่อยู่ของหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 6.1] :อิสตันบูล วันแรก ดื่มด่ำ สโลว์ไลฟ์ ในย่าน Sultanahmet
[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 6.2] :จิบชาในวังริมทะเล วันที่สองใน Istanbul เมืองคัลเจอร์ที่เราหลงรัก
[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนจบ] : เก็บตกวันสุดท้าย ในอิสตันบูล กับประสบการณ์ Turkish Bath ครั้งแรกในชีวิต
19 ชั่วโมงใน Almaty คาซัคสถาน ภูเขาหิมะ วิวหลักล้าน ทานเนื้อม้า ให้อาหารเหยี่ยว

รีวิวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องภายในทริปนี้
[รีวิว] สายการบิน Air Astana สายการบินแห่งชาติคาซัคสถานที่ดีเกินคาด
[รีวิว] Turkish Airlines สายการบินประจำชาติตุรกี กับเที่ยวบินภายในประเทศ
[รีวิว] Sultan Cave Suites โรงแรมถ้ำกับจุดถ่ายรูปอันเป็นเอกลักษณ์แห่ง Cappadocia
[รีวิว] Local Cave House โรงแรมที่มาพร้อมวิวสระว่ายน้ำกลางบ้านถ้ำแบบ Cappadocia
[รีวิว] Bosphorus Grill ร้านอาหารริมทะเลมาร์มาร่า ข้างพระราชวังสุดอลังการในอิสตันบูล
[รีวิว] Gazebo Lounge จิบชายามบ่าย ในรั้วพระราชวังริมทะเลวิวอลังการ เมืองอิสตันบูล
[รีวิว] Kybele Cafe คาเฟ่แสนน่ารัก ดื่มด่ำบารากุ ย่านเมืองเก่า อิสตันบูล



error: