เที่ยวโปรตุเกสด้วยตัวเอง Ep.1 : ลิสบอน (Lisbon) ตามหาฝอยทองและทาร์ทไข่ ในเมืองหลวงที่ทำให้เราหลงรัก

เวลาพูดถึง ประเทศโปรตุเกส นึกถึงอะไรกันบ้างคะ? นักฟุตบอล ฝอยทอง ทาร์ตไข่ หรือ ชนชาติแห่งการเดินทางล่าอาณานิคม?…​ ไม่ว่าคุณจะนึกถึงอะไร แต่นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของประเทศนี้ เพราะโปรตุเกสนั้น เต็มไปด้วยเมืองสวยๆ สถาปัตยกรรมอลังการ ทุกอย่างมีสเน่ห์ไปหมด อาหาร ไวน์ และ ซีฟู้ดอร่อยมากๆ จนนัทกล้าพูดว่า โปรตุเกสเป็นหนึ่งในประเทศที่นัทชอบมากที่สุดในยุโรปเลยค่ะ

ในทริปนี้ นัทมาเที่ยวโปรตุเกส 1 สัปดาห์ ซึ่งมาครั้งแรกก็ไปรูทเบสิคเลย นั่นคือ ลิสบอน – ซินตรา – ปอร์โต (Lisbon – Sintra – Porto) นั่นเองค่ะ มาช่วงฤดูหนาว แต่อากาศที่นี่ไม่หนาวจัดมาก นัทว่าจริงๆ เมืองในโปรตุเกสเที่ยวง่ายมาก ราคาไม่แรงเหมือนประเทศยุโรปตะวันตกประเทศอื่น และถ้าไม่ติดว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยากจะไปอิตาลีหรือฝรั่งเศสก่อน นัทคงแนะนำให้ผู้เริ่มเดินทาง ไม่ว่าจะแบ็คแพคเกอร์ หรือ ผู้หญิงหัดเดินทางคนเดียว มาลองเริ่มที่นี่ดูค่ะ

ถามว่านัทชอบอะไรใน ลิสบอน (Lisbon) คงจะตอบว่า เพราะลิสบอนเป็นเมืองหลวงที่ชิลล์ มีความสโลว์ไลฟ์ อยู่ริมทะเลและอยู่บนเนินเขา 7 เนิน นั่นหมายความว่า เราจะได้เห็นวิวเมืองสวยๆ จากมุมสูงตัดกับทะเลตลอด เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ อาหารอร่อย มีความเป็นศิลปะ ชีวิตสะดวกแต่ไม่แพงเกินไป นอกจากเมืองจะชิลล์แล้ว ผู้คนก็ชิลล์ค่ะ คนที่นี่น่ารัก


ข้อควรรู้สำหรับการไปเที่ยวโปรตุเกส

– ที่ตั้ง : ประเทศโปรตุเกส เป็นประเทศทางยุโรปใต้ ตั้งอยู่ตะวันตกสุดของยุโรปภาคพื้นทวีปเลยค่ะ มีชายแดนติดกับสเปนประเทศเดียวเลย อีกฝั่งเป็นทะเลแอตแลนติก

– ในภาษาโปรตุเกส ลิสบอน จะเรียกว่าเมือง Lisboa (ลิสบัว)

– วีซ่า : ประเทศโปรตุเกสอยู่ในเขตแชงเก้นค่ะ หากมีวีซ่า Schengen อยู่แล้วก็สามารถเข้าได้เลย หรือ หากใครจะไปขอใหม่ ก็เตรียมเอกสาร กรอกรายละเอียดออนไลน์ก่อนแล้วจึงจองวันที่เข้าไปยื่นเอกสาร ทาง TLS แจ้งว่าประมาณไม่เกิน 15 วันทำการ แต่จริงๆ ความช้าเร็วขึ้นอยู่กับสถานทูตเลยค่ะ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็ป TLS เลยค่า

– ภาษา : ภาษาโปรตุกีส เป็นภาษาหลักค่ะ รากจะคล้ายกับอิตาเลียน สแปนิช แต่ไม่เหมือนเลยซะทีเดียว คนส่วนใหญ่ที่เจอพูดภาษาอังกฤษได้ดีเลยค่ะ

– ค่าเงิน : ใช้เงิน ยูโร ค่ะ

– ไปช่วงไหนดี? : ด้วยความที่เป็นประเทศยุโรปใต้ อากาศจะค่อนข้างดีทั้งปีค่ะ ฤดูหนาวไม่หนาวจัด แต่ฤดูร้อนเนี่ย ร้อนมากกกกนะคะ ไม่แนะนำเลย ช่วงที่หน้าไปคือ ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.-พ.ค.) และใบไม้ร่วง (ก.ย.-ต้น พ.ย.) ค่ะ ยกเว้นถ้าจะไปเล่นเซิร์ฟหรือเน้นไปทะเล ก็อาจจะต้องฤดูร้อนค่า ส่วนฤดูที่ฝนตกเยอะสุดคือ พ.ย. ค่ะ

– ความปลอดภัย : ถ้าไปดูสถิติและการจัดอันดับ หลายสำนักจัดให้โปรตุเกสเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในยุโรปค่ะ แต่ยังไงก็ต้องระวังกระเป๋านะคะ เรื่องล้วงกระเป๋าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกที่เลย ส่วนตัวนัท เดินตอนกลางคืน ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรค่ะ

– ค่าใช้จ่าย : นัทไม่ได้ทำค่าใช้จ่ายชัดเจน แต่ที่พักหาที่ที่ดูโอเคแล้วราคาไม่แรงมีเยอะค่ะ นัทเองก็พักราคาพันต้นๆ เอง ค่าครองชีพโดยทั่วไป ถูกกว่ายุโรปประเทศอื่น นัทนั่ง Uber ตลอดเลยค่ะ ค่าใช้จ่ายหลักๆ ก็มี ค่าเครื่องบิน, ค่าที่พัก, ค่าเข้าสถานที่แต่ละที่ประมาณ 6-7 Euro แต่นัทแทบไม่ได้เข้าเลยยกเว้นวันไป Sintra, ค่ารถไฟความเร็วสูงประมาณ 44 Euro, ค่ารถ, ค่ากิน


การเดินทาง

ตอนนี้ ยังไม่มีไฟลท์บินตรงจาก กรุงเทพ ไปยัง ลิสบอน นะคะ แต่สายการบินใหญ่ๆ มีบินต่อหลายสายเลย เช่น KLM, Emirates, Etihad, Turkish Airline, Finnair ค่ะ

ส่วนตัวนัทเอง คือบินจากโมรอคโคมาลงลิสบอนค่ะ แล้วจาก Porto นัทบินไปต่อ Bordeaux คือบินมั่วนิดนึง เป็นฟีลเจอตั๋วไปไหนถูกก็ไป (ถูกจริงๆ นะคะ ตั๋ว Marrakesh-Lisbon รวมกระเป๋าโหลดนัท ไม่ถึงสองพันบาท สายการบิน TAP ของโปรตุเกส ประทับใจมาก) ตอนนัทจองมาจากไทย คือจองไว้แค่ กทม.-ปารีส ไส้ในตรงกลาง นัทด้นสดล้วนๆ เลย

สำหรับใครที่หาตั๋วเครื่องบินราคาถูกอยู่ก็ไปเทียบราคาได้ที่ Skyscanner.com นะคะ คลิ๊กที่นี่ได้เลย!!!

หลายคนทำทริปคู่กับสเปน ซึ่งก็มีสองทางค่ะ ถ้าจะมาจากฝั่ง Barcelona หรือ Madrid แล้วจะมาเมือง Lisbon เลยจะค่อนข้างไกลมากนะคะ บินมาเถอะ รถไฟก็ต้องตู้นอนเอา แต่มันมีทางมาที่นักท่องเที่ยวนิยม คือไปเที่ยวสเปนใต้ก่อน แล้วนั่งบัสจากเมือง Sevilla ในสเปน มาลงเมือง Faro ทางตอนใต้ของโปรตุเกส จากนั้นสามารถนั่งรถไฟเร็วจาก Faro มา Lisbon ได้ค่ะ


แผนการเดินทาง

นัทอยู่ Lisbon 3 คืน ระหว่างนั้นมีไป Day Trip ที่ Sintra 1 วัน แล้ววันที่ 4 นั่งรถไฟไป Porto อยู่อีก 3 คืนค่ะ ส่วนตัว เก็บที่สำคัญๆ ได้เกือบครบ แต่นัทว่ามันรีบไปนิดนึงเหมือนกันค่ะ


อาหารโปรตุเกส และ ฝอยทอง?

สำหรับใครที่กลัวเรื่องอาหาร นัทว่าใครที่ทานยาก ก็น่าจะทานซีฟู้ดย่างได้นะคะ ซีฟู้ดสดมากกกก กุ้งแดงคาราบิเนโรสหวานสุดๆ เมนูที่นัทชอบชื่อเมนูปลาหมึกยักษ์ (Octopus อันเดียวกับทาโกะ) ทั้งย่าง ตุ๋น แล้วยังมีเมนูที่เป็นเหมือนข้าวต้มปลาหมึกด้วยค่ะ ดีงามสุด ซุปหอย ซีฟู้ดก็ดี

ทีนี้ ของขึ้นชื่อของเค้าจริงๆ จะเป็น Bacalhau หรือปลาคอดตากแห้งค่ะ ซึ่งอันนี้ถ้าคนชอบชอบเลย แต่มันกลิ่นทะเล+ปลาเค็มมากเลยค่ะ บางอันนัทก็ทานได้ แต่บางอันก็ไม่ไหว ส่วนคุณแฟนชอบทุกอัน // ที่ดีสุดๆ เลยคือ แฮมแบบ Cold Cuts อ่ะค่ะ เรียก Presunto ใครสายโคลด์คัทส์ ซื้อแรนดอมๆ ก็อร่อยค่ะ

ส่วนตามรายทางก็มีอาหารทั่วไปค่ะ แซนวิช พิซซ่า ทานง่ายๆ ไม่ก็ไปพวกเนื้อย่าง ไก่ย่างพิริพิริ ก็ถือว่าหาทานง่ายค่ะ

ที่ Lisbon มีย่านคนจีนเยอะ (เพราะเรื่อง Golden Visa) และ มีร้านอาหารจีนเยอะมากค่ะ บางโซนนี่ร้านชานมไข่มุกเรียงกันเลย

สุดท้าย ขอพูดถึงเรื่องขนมหวานและฝอยทองหน่อยค่ะ ถามว่าโปรตุเกสมีฝอยทองมั้ย คือมีนะคะ เค้าไม่ได้กินเดี่ยวๆ จัดเป็นคำๆ แบบที่เรากินค่ะ ฝอยทองมันเหมือนเป็นส่วนนึงของขนมทั้งชิ้นอีกที ตอนที่ไปถึงจริงๆ ขนมที่ได้ลองทาน จะเป็นแนวไข่แดง+น้ำตาล เป็นแนวเดียวกับทองหยอด ฝอยทองจริง แต่มันจะมีส่วนประกอบอื่นด้วยค่ะ บางอันก็ดูเป็นโคน บางอันมีแป้งห่อ นอกจากนี้ มักจะมีครีมและอัลมอนด์ค่ะ แล้วนัทเลยเดา+มโนเองว่า สงสัยสมัยอยุธยาขนครีมกันมาไม่ได้แน่เลย เลยส่งต่อมาถึงไทยแค่ส่วนที่เป็นไข่แดง+น้ำตาล เลยออกมาเป็นขนมไทยทุกวันนี้ค่ะ — ใครอยากลองต้องไปร้านขนมหวานคอนแวนต์เท่านั้นค่ะ มันเป็นขนมแม่ชี ถ้าไปร้านขนมหวานทั่วไป ทุกคนจะได้ทานเค้ก พาย ทาร์ท แบบปกติเลยค่ะ

รูปซ้ายจะเห็นฝอยทองประกอบอยู่ ส่วนรูปขวา เห็นหน้าตาแบบนี้ รสชาติทองหยอดชัดๆ ค่ะ แบบเป๊ะๆ เลย

เที่ยวลิสบอน – เมืองหลวงของโปรตุเกส

เราบินมาถึงสนามบินลิสบอน ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและสแตมป์พาสพอร์ท ซึ่งใช้เวลาเร็วมากหากเทียบกับสนามบินเมืองใหญ่อื่นๆ ในยุโรป เพียงแป้ปเดียวก็รับกระเป๋าและออกมายืนอยู่หน้าประตูสนามบินแล้ว เนื่องจากครั้งนี้เราเดินทางกันสองคน ทำให้มีคนหารค่ารถ เลยตัดสินใจนั่ง Uber เข้าไปที่ที่พักก่อน ค่า Uber ประมาณ 10 ยูโร เดินทางราวๆ ครึ่งชั่วโมง เราก็ถึงที่พักของเราซึ่งตั้งอยู่ในย่าน Baixa

ย่าน Baixa และ Rossio นั้น เป็นย่านใจกลางเมือง ซึ่งนักท่องเที่ยวน่าจะเยอะที่สุดเลยค่ะ เป็นถนนหลักตรงยาว มีจัตุรัสใหญ่ ร้านค้าและร้านอาหารมากมาย ย่านนี้ถือเป็นย่านที่ค่อนข้างเป็นพื้นราบด้วยค่ะ อย่าลืมว่า ลิสบอนนั้น เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขาทั้งเจ็ด ย่านอื่นๆ นี่ขึ้นลงเขาแบบขาลากเลยค่ะ ถ้าแพลนดีๆ ก็แนะนำให้ไปเริ่มจากบนเขาแล้วเดินลงนะคะ เพราะชันมากอยู่ หรือจะใช้รถรางก็สบายๆ ค่า

สังเกตความชันจากรูปทางซ้ายได้ค่ะ เดินขึ้นทีนี่ขาลากเลย

อย่างไรก็ตาม ย่านแรกที่เราเลือกไปเที่ยวใน Lisbon ในครั้งนี้ คือย่าน Alfama ค่ะ ย่านนี้เป็นย่านเมืองเก่า เราว่าเป็นย่านที่มีสเน่ห์มากๆ เลยค่ะ หากขึ้นไปอยู่บนเนินเขาก็จะได้เห็นวิวสวยๆ ทั่วลิสบอนเลย


Alfama

สำหรับย่าน Alfama เราเลือกที่จะไปเริ่มจากจุดที่ไกลสุดก่อนแล้วค่อยๆ เดินกลับเข้ามายังที่พักค่ะ จุดแรกที่นัทไปเป็นตลาดนัดขายของวินเทจที่เปิดเฉพาะวันพฤหัสและวันเสาร์ ใกล้ๆ กัน จะมี National Pantheon และ สวนสาธารณะ แถบนี้น่าเดินเล่นมากๆ

Feira da Ladra 

มีไกด์บุ๊คได้กล่าวไว้ว่า การมาลิสบอนจะไม่สมบูรณ์หากคุณไม่ได้ลองไปเดินตลาดนัด ที่นี่เป็นตลาดนัดของวินเทจและของมือสองที่เปิดทุกวันอังคารและวันเสาร์ เป็นตลาดเปิดท้าย ที่มีสตรีทอาร์ท และ โบถส์อยู่ข้างๆ เลยทำให้บรรยากาศค่อนข้างมีชีวิตชีวาทีเดียวเลยค่ะ

เราเดินตรงเรื่อยๆ ผ่าน Mercado de Santa Clara เดินเลาะ ตึกและอาคารบ้านช่องที่ประดับด้วยกระเบื้องสวยงาม ขึ้นเนินมานิดนึง หอบหน่อยๆ จะมาถึงยัง Miradouro da Graca

คำว่า Miradouro นั้น แปลว่า View Point ซึ่งเราจะเจอคำว่า Miradouro อยู่ทั่วเมืองเลย ที่ Miradouro da Graca นั้นจะมีร้านกาแฟอยู่ริมระเบียง วิวสวยมากกกก มองเห็นเป็นมุมกว้าง เห็นเมืองอีกฝั่งเกือบทั้งหมดเลยค่ะ

ด้านหน้าของเราคือ โบถส์ Church of Our Lady of Grace หรือ Igreja Paroquial da Graca เป็นหนึ่งในคอนแวนต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโปรตุเกส โบถส์แห่งนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 1291 แต่เสียหายในแผ่นดินไหวปี 1755 ทำให้อาคารส่วนใหญ่จะถูกบูรณะและต่อเติมในสถาปัตยกรรมแบบบาโร้ค ประกอบกับ งานศิลปะกระเบื้องของโปรตุเกสในยุคศตวรรษที่ 18 ห้องด้านในมีความสวยงามมากๆ แนะนำให้เข้าไปชมนะคะ

ออกจากโบถส์ เราเดินตามถนน Calcada da Graca เป็นขาลงค่ะ ลงมาตรงๆ ได้เลย ไม่เหนื่อย แต่ลงชันหน่อยนะคะ ค่อยๆ ลงมาจะเจอกับ Portas do Sol เป็นจัตุรัสค่อนข้างใหญ่ค่ะ ตรงนี้มีจุดชมวิวหลายจุดเลย หากเราเดินตรงมาเรื่อยๆ มองไปตรงหน้าจะมีระเบียงอยู่ เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยมากๆ ค่ะ

มาถึงลิสบอน อย่าลืมถ่ายรูปคู่กับรถราง สัญลักษณ์ของเมืองด้วยนะคะ

ตรง Portas do Sol จะเป็นที่อยู่ของ Museum of Portuguese Decorative Arts อาคารสีแดงด้านล่างค่ะ

ที่ลิสบอนมีสตรีทอาร์ทเรื่อยๆ เลยนะคะ ในภาพเป็น Wall Mural ของ Amalia Rodrigues นักร้อง Fado ชื่อดังระดับตำนานของลิสบอน ซึ่ง Fado เป็นแนวดนตรีแนวหนึ่ง และถือว่าเป็นแนวดนตรีประจำชาติของโปรตุเกสเลยค่ะ ถ้าไปถึงแล้วควรไปหาฟังนะคะ

Miradouro de Santa Lucia

ถัดมาแค่นิดเดียวจะเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิว แต่นัทชอบตรงนี้มากค่ะ มานั่งเล่นนานเลย เพราะมันจะเป็นสวนสาธารณะ มีที่นั่งเล่นตรงระเบียง ดอกไม้ก็สวยค่ะ มีงานกระเบื้องสีฟ้าแบบะ Azulejos เต็มเลย ชอบมากๆ ตรงนี้

จากตรงนี้ เราเดินเรื่อยๆ ตามถนนเส้นเดียวลงมาถึง Se de Lisbon หรือ Lisbon Cathedral โบถส์ใหญ่ในสไตล์บาโรคจากศตวรรษที่ 18 ค่ะ


ย่าน Baixa-Rossio

จากนั้น เดินมาอีกนิดเดียว เราก็จะกลับเข้ามาสู่ ย่าน Baixa กันอีกครั้งค่ะ ที่พักของเราอยู่ย่านนี้ และเราเชื่อว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะได้แฮงค์เอาท์อยู่ย่านนี้เป็นหลักเลย เพราะเป็นย่านใจกลางเมือง มีศูนย์การค้า ถนนช้อปปิ้ง จัตุรัสใหญ่ ร้านอาหาร เยอะมากๆ เลยค่ะ

ย่านนี้ จะเป็นย่านเดียวที่ไม่มีเดินขึ้นลงเนินชันๆ ค่ะ เป็นเส้นตรงๆ เดินสบาย

Praca do Comercio 

จัตุรัสที่หันหน้าสู่แม่น้ำ Tagus เป็นจตุรัสที่ใหญ่มากๆ หันหลังให้น้ำ มองกลับไปจะเป็น Arco da Rua Augusta เป็นซุ้มโค้งประตูชัย ตกแต่งสวยงาม จัตุรัสจะถูกล้อมด้วยอาคารสีเหลืองสวยสามฝั่งเลยค่ะ

หากเราเดินผ่านซุ้มประตูชัยมา เราจะพบกับถนนหลัก Rua Augusta ถนนเส้นตรงไปสู่ Rossio Square ผ่ากลางเมืองเลย มีร้านอาหาร ร้านค้า ของกิน ขนมเพียบ

ในย่านนี้จะมี ลิฟท์ Santa Justa Lift ค่ะ ตอนนี้เอาไว้ขึ้นไปชมวิวค่า

เราไปช่วงคริสต์มาส บรรยากาศก็จะมีการตกแต่งประมาณนี้เลยค่ะ

ร้านขายปลากระป๋อง อีกหนึ่งสินค้าสำคัญจากโปรตุเกส

Rossio Square

จัตุรัส Rossio เป็นจัตุรัสใหญ่สุดทางเดินตรงๆ มาจาก Praca do Comercio ได้เลยค่ะ ข้างๆ เป็นสถานีรถไฟ Lisbon-Rossio ที่เราใช้เดินทางไป Sintra บรรยากาศตรงนี้ดีมากเลย มานั่งดูผู้คน ค่อนข้างไลฟ์ลี่เลยค่ะ

Ramiro

ร้านนี้ อูเบอร์แนะนำเรามาค่ะ แต่มาดูอีกที คือเป็นร้านที่ออกหลายรายการมากกกก พวกรายการอาหาร ถ้ามาลิสบอน มีร้านนี้ตลอดเลย เป็นร้านอาหารทะเลค่ะ เน้นขายอาหารทะเลเลย เราประทับใจมาก คือมันไม่ได้ถูกขนาดนั้นนะคะ แต่ถ้าเทียบกับเมืองไทยคือถูกมากกกก อย่าง กุ้ง Carabineros งี้ ที่ไทยนัทเห็นขายแช่แข็งอยู่กิโลละ ห้าหกพัน ที่นี่คือสดๆ ตัวใหญ่ๆ โลละสองพันกว่าบาท แฮปปี้มากๆ ค่ะ ลางกุสตีนตัวใหญ่มาก แค่นั่งเขียนก็อยากกลับไปทานแล้วค่ะ


ย่าน Chiado

ย่านนี้เป็นย่านที่อยู่ขนานกับ Baixa เลยค่ะ เป็นย่านที่ค่อนข้างหรูหรา ช้อปแบรนด์เนมมักจะอยู่ในย่านนี้ค่ะ ย่านนี้ ขึ้นลงเนินกระจายเหมือนกันค่ะ

Carmo Convent

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า เมื่อปี 1755 ลิสบอนเคยเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ทำลายเมืองทั้งเมือง แม้ว่าเมืองทั้งเมืองจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่แล้ว แต่ยังคงมีซาก Convent ที่ไม่เคยถูกบูรณะขึ้นใหม่อีกเลย ทุกวันนี้ มีการจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ สามารถเข้าชมได้ค่ะ

Os Cabacas

ร้านนี้ เข้ามาด้วยความแรนดอมค่ะ แต่อาหารดีมากเลย เค้าดังเมนู Naco na Pedra หรือ เนื้อย่างบนหินร้อน ซึ่งเค้าจะให้เรามาย่างเองนะคะ เนื้อจะเป็นสไตล์แบบลีนๆ สู้ฟันหน่อย ไม่ใช่แนวละลายนะคะ แต่นัทว่าทีเด็ดของร้านนี้คือพวกอาหารโปรตุเกส อย่างจานที่เป็นกุ้งค่ะ อร่อยมากเลย หอมมม

Cais So Sodre

ถนนเส้นนี้ ต้องบอกว่า เค้าเปลี่ยนจากย่านที่ดูไม่สวยงาม อยู่ตรงสถานีรถไฟ 2 อันและท่าเรือ ให้กลายมาเป็น ย่านที่ชิคและฮิปที่สุดในลิสบอนเลยค่ะ คาเฟ่ บาร์ ร้านอาหาร ตรงนี้ คือฮิปสุดในเมือง ใครสายปาร์ตี้ห้ามพลาดเลย ส่วนใครที่ชอบถ่ายรูป คนจะชอบมาถ่ายรูปถนนสีชมพูตัดกับตึกสีฟ้าตรงนี้ลงไอจีค่า

TimeOut Market

เป็นตลาดอาหาร ที่รวมร้านและเมนูเด็ด ของโปรตุเกสมาไว้เยอะมาก และสามารถซื้อจากร้านไหนมาทานก็ได้ค่ะ ต้องยอมรับว่า เมนูอาหารโปรตุเกสค่อนข้างถูกปากเราอยู่แล้ว แต่ที่นี่อาจจะราคาสูงนิดนึง เลยรู้สึกว่าทานร้านข้างทางฟินกว่าค่า


ย่าน Belem

ย่าน Belem นี่เป็นอีกหนึ่งย่านที่ต้องนั่งบัสหรืออูเบอร์มาค่ะ เพราะอยู่ไกลออกมาจากโซน Baixa กลางเมืองเป็นกิโลๆ เลยค่ะ แต่ย่าน Belem เป็นย่านที่มีความเก๋ในตัวเองมากกกกก เป็นแนวพื้นที่สาธารณะตรงแม่น้ำ Tagus (Waterfront ตรงนี้จะเรียกเป็นแม่น้ำ แต่จริงๆ มันเป็นช่องแคบที่ออกทะเลแอตแลนติกแล้วค่ะ ความรู้สึกจะเหมือนทะเลมากกว่าแม่น้ำ)

บรรยากาศมันชิลล์ ทุกอย่างมันช้าลง อากาศดี แสงสวย ผู้คนมีชีวิตชีวา ทุกอย่างดูคลีนและสบายตาไปหมด มีอาคารสไตล์โมเดิร์น มีร้านอาหารชิคมากๆ เยอะแยะเลย ขอให้เหลือเวลาเอื่อยๆ มาเดินเล่นตรงนี้นะคะ — เป็น Waterfront เรียบแม่น้ำไม่มีเดินขึ้นลงแต่พื้นที่ค่อนข้างกว้างค่ะ

ที่เที่ยวสำคัญของย่านนี้ก็จะมีตั้งแต่ Belem Tower ป้อมหอคอยยุคศตวรรษที่ 16 ที่ยื่นออกไปกลางน้ำ เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางและกลับเข้ามาของเหล่านักสำรวจชาวโปรตุเกสในสมัยนั้นด้วยค่ะ

โซนด้านหน้าเป็นสวนสาธารณะยาวๆ เลยค่ะ บรรยากาศดีมาก ถ้าใครไม่อยากเดิน ใช้สกู้ตเตอร์ไฟฟ้าได้นะคะ เพราะมันสามารถกดเช่าจากที่นึง แล้วไปทิ้งไว้อีกที่นึงได้ค่ะ จ่ายเงินบนแอพ

Monument to the Discoveries – Padrão dos Descobrimentos

ถัดมาซักพัก จะเป็นอนุสรณ์แก่ Henry the Navigator หนึ่งในผู้ริเริ่มการสำรวจทางทะเลและการเดินทางเลยค่ะ ด้านบนสามารถซื้อบัตรขึ้นลิฟท์ไปชมวิวได้นะคะ

บรรยากาศริมน้ำ

ตรงข้ามกันจะเป็นสวนใหญ่ และ ที่อยู่ของ Monastery หลังใหญ่มากๆ Jeronimos Monastery

Monastery แห่งนี้ รายละเอียดสวยมาก เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ แบบสถาปัตยกรรม Late-Gothic Manueline แบบโปรตุเกส และถูกยกย่องให้เป็นมรดกโลกอีกด้วยค่ะ

Pastéis de Belém

มาถึงโปรตุเกสแล้ว เมนูที่ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยคือ Pastel de nata หรือทาร์ทไข่นั่นเองค่ะ ร้านนี้ที่ Belem ขึ้นชื่อมากๆ อบใหม่ หอม แป้งเป็นเลเยอร์แบบกรอบนะ แต่กัดเข้าไป ค่อยๆ ละลายเข้าไปในปากเลยค่ะ

อย่างไรก็ตาม ทาร์ทไข่ มันก็คือทาร์ทไข่อ่ะนะคะทุกคน อย่าคาดหวังสูงเกินไปนะคะ คือมันอร่อย ร้านนี้อร่อยเลย อบใหม่ ไม่หวานไป คัสตาร์ดไข่ข้นคลัก แป้งทาร์ทหอม แต่ถามว่ามันต่างจากที่เคยกินทั่วไป (เช่นในร้านไก่ทอดฟาสท์ฟู้ดชื่อดัง) ขนาดไหน ก็ไม่ได้ต่างแบบห่างขนาดนั้นค่า เป็นขนมที่ทานได้เรื่อยๆ เลย 🙂

นอกจากนี้ ในย่านนี้ยังมี MAAT – Museum of Art, Architecture and Technology หน้าตาสุดล้ำ มีปราสาท Belem ให้เข้าชมได้ด้วยนะคะ


ที่พักในลิสบอน (คลิ๊กชื่อโรงแรมเพื่อเช็คราคาและจองได้เลยค่า)

นัทเลือกจากโลเคชั่นที่ได้ไปมาเป็นหลัก ว่าสะดวก ปลอดภัย ประกอบกับรีวิวค่ะ บางโรงแรมก็มีโอกาสไปแวะนะคะ แต่โรงแรมที่นัทพัก เค้าไม่ได้ทำแล้วเสียดายมาก นัทชอบมากเลย

โรงแรมราคากลางๆ (4000-7000THB) : Rossio Plaza Hotel  ||  Ibis Styles Lisboa Centro Marquês de Pombal  ||  Azulejos Cais Sodré B&B

โรงแรมหรูแบบ Palace (15000-25000THB) : Pousada de Lisboa  ||  The Lumiares Hotel & Spa  ||  The Ivens Autograph Collection

โรงแรมราคาประหยัด/โฮสเทล (ไม่เกิน 2000THB) : The Central House Lisbon Baixa  ||  Draft Hostel & Rooms

จริงๆ นัทชอบที่พักที่นัทจองได้มากๆ เลยค่ะ เป็นอพาร์ทเม้นท์ แต่เค้าทำแต่ละห้องให้เป็นธีมตามศิลปินแต่ละคน สวยงามมากๆ มีห้อง ปิกัสโซ่ ห้องแวนโก๊ะ ห้องมาตีส แต่เป็นอพาร์ทเม้นท์แบบ Airbnb เลยนะคะ ไม่ใช่โรงแรม แบบมีครัว ตรงกลาง ห้องน้ำรวม เหมือนสมัยเรียนมหาลัยที่อิตาลีเลยค่ะ เสียดายที่เค้าปิดถาวรไปแล้ว เสียดายมากๆ แต่อยากบันทึกไว้ค่ะ เพราะนัทประทับใจและชอบมากเลย T T


ตอนต่อไป นัทจะพาไปเที่ยว ปราสาทและเมือง Sintra ค่ะ เมืองเล็กๆ บนหุบเขา ที่เหมือนเทพนิยายเลย ไปอ่านต่อได้เลยค่ะ

สำหรับใครที่หาตั๋วเครื่องบินราคาถูกอยู่ก็ไปเทียบราคาได้ที่ Skyscanner.com นะคะ คลิ๊กที่นี่ได้เลย!!!

หากชอบรีวิว อย่าลืมกดไลค์เพจ และ ติดตามไอจี @eatchillwander ด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่า

ติดตาม Eat Chill Wander ได้ที่
Facebook : Eat Chill Wander
Instagram : @eatchillwander
Twitter : @eatchillwander
Youtube : Eat Chill Wander
Website : www.eatchillwander.com

error: