[รีวิว] 24 ชั่วโมงสุดฟิน ในรีสอร์ทหรูระดับตำนาน ดาราเทวี เชียงใหม่ (ตอนที่ 1)

หากพูดถึงโรงแรมในเชียงใหม่ ที่เป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดในระดับสากล หนึ่งในนั้น คงจะหนีไม่พ้น เดอะ ดาราเทวี เชียงใหม่ โรงแรมหรูที่เรามักจะเห็น บล็อกเกอร์และเซเลประดับโลก มาเยี่ยมเยือนกันอยู่บ่อยๆ ด้วยสถาปัตยกรรมของโรงแรมอันยิ่งใหญ่ เป็นเอกลักษณ์ และยังเป็นการออกแบบที่นำศิลปะล้านนามาประยุกต์ไว้อย่างตระการตา
เรียกได้ว่าเพียงแค่เข้าไปในโรงแรมแห่งนี้ ก็เหมือนได้มาที่เที่ยวอีกที่หนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่แล้ว แถมยังเป็นการเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์สุดๆ เป็นการเที่ยวแบบขี้เกียจๆ ไม่ออกไปไหนเลย แต่ฟินมากๆ บอกเลยว่า พักหนึ่งคืนยังสั้นไป ถ้ารู้ว่ามีกิจกรรมแน่นขนาดนี้ เราคงจะพักนานกว่านี้
โรงแรม ดาราเทวี เชียงใหม่ นั้น มีพื้นที่ถึง 150 ไร่ ภายในมีวิลล่าอยู่มากมาย มีทั้งทุ่งนา สระว่ายน้ำ 2 สระใหญ่ ห้องอาหารหลากหลาย มีสนามเทนนิส สปา มีฮอลล์ และ พื้นที่เวิร์กช้อปหลากหลาย ทุกมุมของโรงแรมล้วนถูกตกแต่งด้วยรายละเอียดอันแสนวิจิตร เรียกว่าถ่ายรูปสวยทุกๆ มุมเลยค่ะ
ที่นี่เป็นโรงแรม ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนจริงๆ และ เราคิดว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นชาวต่างชาติ ก็สามารถเอนจอยกับการพักผ่อนที่นี่ได้ เพราะภายในดาราเทวีนั้น ใช้รถม้าและจักรยานเป็นหลัก การได้ปั่นจักรยานเล่นรอบๆ รีสอร์ท ก็เหมือนการปั่นจักรยานรอบๆ หมู่บ้านที่ไม่มีรถยนต์ แถมยังสงบร่มรื่น เขียวขจี ตัดขาดจากโลกภายนอกแสนวุ่นวายได้เป็นอย่างดี
นอกจากความสวยงาม อลังการ และ facility ที่ครบครันแล้ว สิ่งที่เราประทับใจมากสุดๆ คือ การบริการของพนักงาน ที่ดูแลแขกทุกคนเป็นอย่างดี ทำให้การพักผ่อนอยู่ที่นี่นั้น สบายใจสุดๆ
ตามมาชมกันดีกว่าค่ะ ว่า 24 ชั่วโมงที่เราอยู่ที่นี่ เราทำอะไรบ้าง
CHECKING IN
จากลานจอดรถด้านหน้าเราสามารถแจ้งพนักงานให้นำรถกอล์ฟมารับ หรือจะเข้าไปด้วยรถม้าก็ได้ค่ะ (จะมีเป็นบางเวลาค่ะ) เมื่อเข้าไปถึงจะพบกับอาคารที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของที่นี่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของล็อบบี้ และ ห้องอาหาร Akaligo ที่ใช้เสิร์ฟอาหารเช้าค่ะ
เมื่อเข้ามาถึงก็จะมี เวลคัมดริงค์ และ ผ้าเย็นมารอรับ ก่อนจะพาเราไปที่ห้องด้วยรถกอล์ฟเช่นกันค่ะ
ภายในบริเวณโรงแรมจะไม่ให้มีการนำรถยนต์เข้ามานะคะ จะใช้จักรยาน รถกอล์ฟ และ รถม้า เป็นหลักค่ะ ซึ่งให้ความสงบร่มรื่นย์ดีมากเลยค่ะ เวลาเราผ่านพนักงานที่นี่ทุกคนจะยิ้มแย้ม ทักทาย เฟรนด์ลี่มากๆ
ตอนเช็คอิน ทางโรงแรมจะมีตารางกิจกรรมให้ค่ะ กิจกรรมแน่นมากกกกก ที่นี่เค้าเน้นเรื่อง Wellness ด้วย มีโปรแกรมสุขภาพ คลาสออกกำลังกายที่แตกต่างกันแต่ละวัน และช่วงเวลา แล้วก็จะมีพวกงานฝีมือ กับ Kids’ Club ที่เอาไว้ให้เด็กเล่น ซึ่งหากเราจะเข้าคลาสไหน หรือ ร่วมกิจกรรมอะไร สามารถแจ้งได้เลยค่ะ อย่างวันที่เราไปมี Aquatic Yoga ด้วย แต่พอดีเพิ่งทานอาหารเที่ยงมาเลยอดค่ะ

เช็คราคาและจอง >> คลิ๊กที่นี่
14.00 Relaxing at the villa
เมื่อเช็คอินเข้ามาเรียบร้อยแล้ว เราก็เลือกที่จะชิลล์ที่ห้องอยู่พักใหญ่ๆ เลยค่ะ เราพักใน Deluxe Villa ตัววิลล่ามี 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นห้องนั่งเล่น บริเวณกว้างขวางมากค่ะ มีห้อง Sauna ด้วย
ส่วนห้องนอนด้านบน นอกจากเตียงที่นุ่มสบาย และ มุมทำงานที่เป็นสัดเป็นส่วน เราชอบ walk-in closet และห้องน้ำที่ใหญ่สะใจมาก กว้างขวางเหมือนอยู่บ้านจริงๆ มี outdoor jacuzzi ด้วยค่ะ อ่างใหญ่สะใจมาก
สำหรับวิลล่าเราจะมีรั้วของตัวเองด้วยนะคะ เหมือนเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านอีกหมู่บ้านนึงเลย

บริเวณหน้าวิลล่าของเราค่ะ สามารถจอดจักรยานไว้ตรงนี้ได้ หรือ จะนำเข้าไปจอดไว้ในรั้วก็ได้ค่ะ


15.00 Tie-Dye Workshop
วันนี้เราจองเวิร์กช้อปมัดย้อมธรรมชาติไว้ค่ะ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) พี่ๆ ที่สอนเวิร์กช้อปเราน่ารักมากเลย อุปกรณ์ครบถ้วน จริงๆ ห้องนี้เป็นห้องที่ใช้ทำ Cooking Class เรียนทำอาหารไทยสำหรับแขกต่างชาติ ซึ่งทำให้การทำเวิร์กช้อปในครั้งนี้ สะดวกสบายดีค่ะ บริเวณกว้าง
หากใครที่ยังไม่เคยทำมัดย้อม บอกเลยว่า สนุกมากๆ เพราะเราจะไม่รู้เลยว่าอันที่เรามัดมันจะออกมาเป็นลายอะไร ก็มาลุ้นตอนคลี่ผ้าออกทุกวัน เมื่อทำเสร็จ ทางทีมเวิร์กช้อปก็จะคอยเก็บผ้าที่เราทำไว้ หลายๆผืน ตากให้แห้ง นำไปรีด และ ส่งมาให้ที่ห้องภายหลังค่ะ



16.00 Biking and Wandering around Villas
ภายในบริเวณรีสอร์ท นอกจากวิลล่าที่พักจำนวนหลายสิบหลัง ยังมี Residence ขนาดใหญ่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว มีทุ่งนา 2 ทุ่ง เรียกว่า นาเหนือ กับ นาใต้
ในระหว่างทางที่ปั่นจักรยานเล่น ก็จะเจอพี่ๆ กำลังสาธิตวิธีการทำนาบ้าง (สามารถจองกิจกรรมทำนาได้อีกเช่นกัน เป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติสนใจเยอะมาก) มีมุมต่างๆ ที่จำลองร้านค้าสมัยก่อน ได้กลิ่นอายย้อนยุคๆ เข้ากับสถาปัตยกรรมที่นำมาใช้
หากใครเคยจินตนาการอยากปั่นจักรยานเล่น ตามหมู่บ้านนอกเมือง แบบสโลว์ไลฟ์สุดๆ นี่เป็นอีกโอกาสที่ดีมากเลยค่ะ รถก็ไม่มี สะอาด ปลอดภัย มีจักรยานให้ยืมพร้อม
เช็คราคาและจอง >> คลิ๊กที่นี่
17.00 Six Healing Sounds and Loy Kham Pool
เราปั่นจักรยานกลับมาที่สระว่ายน้ำที่ติดกับฟิตเนสค่ะ ชื่อว่า Loy Kham Pool บริเวณนี้จะมี Pool Bar ซึ่งเสิร์ฟเครื่องดื่มและของทานเล่นด้วยค่ะ
เราจองคลาส Six Healing Sounds ไว้ค่ะ Six Healing Sounds นั้นเป็นศาสตร์ของลัทธิเต๋าค่ะ เป็น หนึ่งในชีกงหรือวิธีออกกำลังกายด้วยศาสตร์จีน ซึ่งมันจะเกี่ยวกับพวกพลังงาน ลมปราณ สมาธิ เป็นการออกกำลังกายในระดับ Mind ด้วยค่ะ สิ่งที่ทำคือจะให้เปล่งเสียง ซึ่งเค้าเชื่อว่า การสั่นสะเทือนของเสียงที่เปล่งนั้น จะปรับสมดุลย์ ทำให้อวัยวะภายในเราผ่อนคลายและแข็งแรงค่ะ
ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรม Wellness ที่ดีมากๆ เลยค่ะ
จากนั้น เราก็ลงมาใช้บริการที่สระว่ายน้ำ ที่ห้องน้ำตรงสระ ทางเดินจะคล้ายวัดอุโมงค์ค่ะ มีการจำลองภายเขียน จัดว่าสวยงามเลยค่ะ ห้องน้ำตรงนี้จะมีห้องอาบน้ำ สบู่ ผ้าเช็ดตัว พร้อมให้บริการค่ะ
สระว่ายน้ำอันนี้ ใหญ่มากนะคะ เป็นวิวทุ่งนา มีจากุชชี่น้ำอุ่นด้วย วิวดีมาก
19.00 Dinner at Allegro Italian Restaurant
มื้อเย็นเราออกมาทานอาหารอิตาเลี่ยนกันที่ห้องอาหาร Allegro ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านหน้าของโรงแรมค่ะ
ห้องอาหารนี้เป็นห้องอาหารใหม่ล่าสุดของทางโรงแรม มีอาหารอิตาเลียนหลากหลายมากเลยค่ะ สามารถอ่านรีวิวฉบับเต็ม คลิ๊กที่นี่ ได้เลยนะคะ

21.00 Time to go to bed
ทางโรงแรมได้เข้ามาทำ Turndown Service ให้เรา นำมุ้งลงมาก็สวยไปอีกแบบนะคะ มีคุ้กกี้มาให้ด้วย
ที่เซอร์ไพรส์สุดคือ ทางสปาได้นำสครับธรรมชาติมาให้ถึงสองตัว โอ้ยยยย ฟินเลยค่าาาา คืนนี้นอนหลับสบาย
จบไปแล้วหนึ่งวันเต็มๆ กิจกรรมแน่นมากๆ รีสอร์ทที่เป็นที่เที่ยวในตัวนี่มันคือการพักผ่อนที่แท้จริงเลยค่ะ เสียดายที่เวลาเราค่อนข้างน้อย
อ่านต่อ ตอนที่ 2 กับกิจกรรมอีกครึ่งวันที่เหลือของเรา จะพาไปชมไลน์อาหารเช้า สระว่ายน้ำสุดอลังการอีกสระ คลาสมวยไทย Craft Village ทำงานฝีมือ ไปเวิร์กช้อปทำลูกประคบ และ พบกับน้องม้าแคระสุดน่ารักค่ะ
[รีวิว] 24 ชั่วโมงสุดฟิน ในโรงแรมหรูระดับตำนาน ดาราเทวี เชียงใหม่ (ตอนที่ 2) คลิ๊ก
จองผ่าน Booking.com คลิ๊กที่นี่
จองผ่าน Agoda.com คลิ๊กที่นี่