[รีวิว] POTONG ไฟน์ไดนิ่งสุดประทับใจ ในคอนเซปท์ Thai – Chinese ที่ร้านขายยาโพทง

ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความคึกคักและมีชีวิตชีวาของย่านสำเพ็ง ‘ร้านขายยาโพทง’ อาคารเก่าแก่ ที่เคยเป็นโรงปรุงยาปอคุณเอี๊ยะบ๊อในอดีต ได้ถูกรีโนเวทให้กลายเป็นร้านอาหารไฟน์ไดนิ่ง ที่หยิบยกวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีนมานำเสนอในศาสตร์การทำอาหารสมัยใหม่ เป็น 20 คอร์สที่ทำให้เราเพลิดเพลินและตื่นตาตื่นใจไปตลอดทั้งมื้อ

ร้าน POTONG ตั้งอยู่ในซอยวานิช 1 เป็นอีกร้านที่มี เชฟแพม-พิชญา สุนทรญาณกิจ เชฟเจ้าของรางวัลมากมาย เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง จริงๆ เราเคยทานอาหารเชฟแพมในรูปแบบ Chef’s Table ที่ The Table by Chef Pam แล้ว ซึ่งร้าน POTONG นี้ แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งคอนเซปท์ สไตล์ วิธีคิด แต่สิ่งที่ยังคงไว้คือ การใส่ใจในทุกรายละเอียด ที่แม้แต่ผักคอนดิเม้นท์ที่ใส่มาชิ้นเดียว ก็จะถูกปรุงให้สุกอย่างสมบูรณ์แบบ

เชฟแพม เป็นทายาทรุ่นที่ 5 ของโรงปรุงยาแห่งนี้ และในวันนี้ เธอเลือกที่รีโนเวทอาคารของต้นตระกูล โดยยังเก็บคาแรคเตอร์โครงสร้างเดิมของอาคาร ตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้ ขวดยาเก่า ผสานไปกับของใหม่ได้อย่างลงตัว

ต้องบอกว่า หนึ่งในสิ่งที่ทำให้เราอินกับร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งมากๆ คือวิธีคิดที่ทำให้เชฟสร้างสรรค์เมนูต่างๆ ออกมา หากใครเคยดูภาพยนต์หรือรายการอาหารเกี่ยวกับเชฟดังๆ จากทั่วโลก ก็จะเห็นว่า หนึ่งในสิ่งที่เชฟมักจะหยิบยกมาเป็นแรงบันดาลใจ คือความทรงจำและประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมให้ตัวเชฟกลายมาเป็นพวกเขาในวันนี้ ซึ่งเราก็จะได้เห็นเชฟทั่วโลก ทั้งยุโรป เอเชีย หรือ อเมริกา ออกมาเล่าเรื่องราวของพวกเขาผ่านอาหาร หลายครั้งที่เราก็ได้แต่จินตนาการตามตอนทาน ไม่ว่าจะเป็น กลิ่นดินในป่าในสเปนที่เชฟโตขึ้นมา ฤดูหนาวอันโหดร้ายในสแกนดิเนเวีย วัฒนธรรมครอบครัวของอินเดีย หรือ การอพยพของชาวเม็กซิโกในอเมริกา เราอินมากนะแต่เราไม่ได้โตมากับวัฒนธรรมเหล่านั้น — ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่เราได้ทานอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก วัฒนธรรมการกินของคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์อย่างที่เราคาดไม่ถึง จะไปหาที่จีนหรือชุมชนจีนในประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่มี และที่สำคัญ เป็นมื้ออาหารที่เราสามารถเชื่อมโยงและมีความทรงจำร่วมไปกับเชฟได้อย่างแท้จริง

Eat Chill Wander’s Note /// จริงๆ จะบอกว่า ไม่ค่อยอยากให้อ่านสปอย หรือ อ่านรีวิวก่อนไปเลยค่ะ เพราะก่อนนัทไป ก็ไปแบบไม่รู้อะไรมาก่อน แล้วทุกอย่างมันจะเซอร์ไพรส์มากค่ะ ดังนั้น หากใครยังไม่อยากโดนสปอย นัทขอสรุปให้ฟังว่า — อาหารทั้งคอร์ส มีวัตถุดิบที่น่าสนใจและน่าตื่นเต้นหลายอย่าง คอมบิเนชั่นไม่น่าเบื่อ ทุกเอเลเมนท์ในจานถูกสร้างสรรค์อย่างดี และละเอียดมาก เราเป็นคนทานยังตกใจเลยว่าเตรียมของเยอะขนาดนี้ได้ยังไง เทคนิคและลูกเล่นอาจจะเห็นตามร้านมิชลินสตาร์ในต่างประเทศบ้างอยู่แล้ว แต่ด้วยคอนเซปท์ที่ต่าง ทำให้รสชาติและประสบการณ์ต่างมากค่ะ รสชาติมีทั้งจานที่ว้าวมากๆ และจานที่รสชาติทั่วไป แต่โดยรวมคือเอนจอยทั้งมื้อและเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ ค่ะ /// สนนราคาท่านละ 4,500 บาท ไปจองได้เลย >> https://www.restaurantpotong.com/reservation

หากใครอยากอ่านรีวิวก่อนไป ก็มาต่อกันเลยค่ะ

ก่อนเริ่มมื้ออาหาร เราจะได้รับโปสการ์ดที่มี ข้อความที่เชฟแพมเขียนถึงบรรพบุรุษ แต่ในข้อความเหล่านั้น มีชื่อเมนูที่เราจะได้ทานในวันนี้อยู่ด้วยค่ะ

Dear ไวท์ช็อคโกแลคบองบองรูปส้ม ที่จุด้วยน้ำคอมบูฉะ รสชาติเข้มข้น สดชื่นและเป็นการเปิดต่อมรับรสได้ดีมาก

Great Great คำถัดมาเชฟตั้งใจรวมเยาวราชมาไว้ ทั้งในแซนวิชที่ใช้ขนมปังกรอบจากซีอิ๊วดำหมักเอง ไส้แกะแดง ที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากซาลาเปาหมูแดง แกะแดงมีความหวานๆ เค็มๆ พร้อมเจลจากรากผักชีกระเทียมพริกไทย ทานคู่กับ ซุป Umami Broth จากชาขาว หัวปลา หอยเชลล์แห้ง จิงจูฉ่าย

Memories เมนูข้าวโพดที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากซุปข้าวโพดแบบไทย-จีน ทำแบบใช้ข้าวโพดครบทุกส่วน เริ่มจากการนำใบข้าวโพดมารมควัน เสิร์ฟพร้อมกับ Flan เนื้อเนียน จากเมล็ดข้าวโพด พริกไทยขาว เมล็ดทานตะวันและ Truffle Vinegrette ตามด้วยชาจากคอร์นแฮร์ผสมสมุนไพรจีนเง็กเต๊ก มีความลึกของรสชาติที่เรารู้สึกคอมฟอร์ต ประกอบกันดีมากเลยค่ะ ตัว Flan ก็คือเนียนละมุนมากๆ

Reincarnated ที่เราเห็นบนปลายไม้นั่นคือ ‘ลิ้นเป็ด’ ที่นำไปตุ๋น slow cook โรยด้วยงาขี้ม่อน ซอสด้านล่างจะมี เพสโต้แกงเขียวหวานรมควัน ซอสจากหอยแมลงภู่ และ เจลมะกรูด ที่เชฟอยากให้เราลองทั้งแบบแยก แบบรวม หรือจะนำหมั่นโถวทอดมาปาดก็ได้ ตัวลิ้นเป็ดทำมาได้ดีมาก ว้าวค่ะ

Beautiful จานนี้เชฟบอกว่าอยากให้เป็นติ๋มซำในแบบของร้าน ด้านนอกเป็นหน่อไม้ตุ๋นที่สานมาอย่างสวยงาม ด้านในเป็นมูสขากบ ในซุปจากกระดูกกบ พร้อมก้านผักชีกรอบและใบแก่นตะวัน จานนี้ใครไม่ทานกบอย่าเพิ่งตกใจค่ะ มันดีมากๆ เนื้อเด้งนุ่ม เข้ากับหน่อไม้ที่ไม่มีความฝืดหรือโดดเลย กลมกล่อมมาก คอนดิเม้นท์ที่เป็นก้านผักชีคือหวานและมีเทกเจอร์กรุบ เข้ากันมากๆ ค่ะ จานนี้เด็ดมาก

Sacred ภาพทางซ้าย เป็นไข่ปลาหมึกนึ่ง เคลือบชิลีออยล์ และ ซอสหยินหยาง ซึ่งสีขาวเป็นงาขาวโสมจีน และ สีดำเป็น Black Garlic รสชาติเข้มข้นมากๆ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากร้านขายไข่ปลาหมึกทอดค่ะ

Inspiring เป็นปลิงทะเลและเนื้อปู ที่ห่อด้วยหัวไชเท้า infused กับกระเจี๊ยบ ท็อปด้วยสาคู infused ขิง หยดตามด้วยกระเจี๊ยบสกัด ไส้ฉ่ำแต่เครื่องข้างนอกค่อนข้างกลบนิดนึงค่ะ

Forgotten เมนูจากไก่ดำ ซึ่งปกติมักจะนำไปทำเป็นซุป แต่ครั้งนี้ เชฟนำมาเสิร์ฟแบบนึ่งแล้วย่าง ตอนแนะนำเชฟยังบอกอีกว่า ไก่ดำมันดำทุกส่วนเลยนะคะ กระดูกก็ดำ แต่มีเพียงส่วนเดียวที่ไม่ดำ และนั่นก็คือหัวใจ ที่เชฟเลือกที่จะเสิร์ฟไว้ตรงกลาง โดยปกติเราไม่ทานหัวใจไก่ แต่เชฟทำออกมาได้เทกเจอร์ดีมากๆ เสิร์ฟพร้อม Chicken Fat Powder และ ข้าวตุ๋นในสมุนไพรยาจีนที่หุงในกะเพาะหมู ไก่เนื้อนุ่ม ผงที่โรยมีความอุมาหมิ และ ข้าวมีความฉ่ำ เข้ากันดี

โดยแรกมาถึงตรงนี้นึกว่าจะเข้าเมนคอร์สที่เดียวแล้วจบเลย แต่ไม่จบง่ายๆ นะคะทุกคน

Bold กรานิต้าฝรั่งขี้นก ล้างปากก่อนค่ะ

Thai-Chinese เส้นใหญ่ที่จริงๆ คือ ปลาหมึกจุ่มบราวบัตเตอร์ เทกเจอร์นุ่ม เสิร์ฟมาบนหมูกรอบ และผักที่เน้นกลิ่นกระทะ พร้อมซอส XO หอมสมุนไพรจีนในแบบของทางร้าน จานนี้เป็นของในความทรงจำมากๆ เลยค่ะ

Layers of Flowers จานนี้ เชฟบอกว่าเป็น Catch of the Day โดยวันที่เราไปจะได้เป็นปลาเก๋าแดง นำมาหมักคอมบุ แล้วย่าง เสิร์ฟพร้อมเป๋าฮื้อ ซอสผักชีใบเลื่อย ผักบ๊อกฉ่อยที่นำไปดองแป๊ปเดียว จึงยังมีความกรอบ ปลาดีมากๆ ค่ะ

Family หลังจากที่ทานกันมาเกินสิบอย่าง เชฟแพมก็จัดเต็มปิดท้ายของคาวด้วยเมนคอร์ส ที่เสิร์ฟมาบนโต๊ะหมุน Lazy Susan ที่ทุกโต๊ะจีนต้องมี บนโต๊ะเต็มไปด้วยเมนูที่เราคุ้นเคย แต่มีความพิเศษ เช่น เนื้อแดง หมักเครื่องเทศ 8 อย่าง ทำเหมือนหมูแดงฉ่ำๆ แต่ใช้เนื้อแทน  ส่วนเป็ดของเชฟก็ทำมาหนังกรอบเนื้อนุ่ม ไม่มีที่ติ เป็นเป็ดที่ปรุงให้สุกด้วยวิธีดั้งเดิม คือการตักน้ำราดแล้วจึงนำไป ดรายเอจ กว่าสิบวันก่อนนำมาย่าง

เข้าสู่ช่วงขนมหวาน เราประทับใจทุกชิ้นที่เสิร์ฟ ทั้งองค์ประกอบ ความชาเลนจิ้ง ความคิดสร้างสรรค์ รสชาติ พรีเซนเทชั่น เรื่องราว ดีหมดแบบไม่หัก เลยค่ะ

เริ่มจาก เมอแรงบ๊วยเย็นๆ สดชื่นมากๆ

จานนี้ดีมากๆ เลยค่ะ เริ่มจากน้ำตาลเป่ารูปพริก ที่ด้านในมีส่วนผสมของช๊อคโกแลตพาวเดอร์ ผสมกับ พริกซินเจียง หม่าล่า เครื่องพะโล้ วางอยู่บนไอศครีมซีอิ๊วดำ และวานิลล่าครัมเบิล ทานทั้งหมดคือเป็นรสชาติหวานที่มีความเค็ม กลมกล่อม เนียน ไม่โดดเลย บาลานซ์ดีมากๆ แต่เราจะได้รู้สึกถึงเครื่องเทศที่สลับกันอยู่เรื่อยๆ เป็นเมนูที่เล่นกับต่อมรับรสได้ดีมากๆ เลยค่ะ

Finale ของที่นี่อลังการมาก เสิร์ฟมาบนแผนที่เยาวราช พร้อมขนม 5 ชิ้น ที่เล่าเรื่องราวของแต่ละโลเคชั่นบนเยาวราชเอง ได้แก่ มูสเกาลัดเสิร์ฟในโคนหนังสือพิมพ์ที่ทำให้เรานึกถึงการนำหนังสือพิมพ์ห่อเกาลัดให้ลูกค้า ซึ่งถ้าสังเกต ลายหนังสือพิมพ์คือโฆษณายาปอคุณเอี๊ยะบ๊อ ตามด้วยขนมงาสีทองอร่าม ที่อยากให้เรานึกถึงขนมเทียน

ขนมที่รูปทรงเหมือนมวนบุหรี่ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากร้านโกปี๊ ที่คนมักจะมานั่งดื่มกาแฟสูบบุหรี่กัน เป็นขนมไส้ช๊อคโกแลตแต่จะทิ้งอาฟเตอร์เทสท์กาแฟไว้ด้วยค่ะ

คำที่สี่ เป็นโลโก้ร้านขายยาโพทงเลย เป็นขนมที่คิดถึงเอเลเมนท์ของเต้าทึงน้ำลำไย แล้วปิดท้ายด้วย ขนมมูสหมั่นโถวที่หน้าตาเหมือนซาลาเปาไข่เค็มลาวา และมีไส้แบบไข่เค็มลาวาด้วยค่ะ กระดาษรองก็ทานได้ด้วยนะคะ

ปิดท้ายความประทับใจด้วย คุ้กกี้เสี่ยงทาย หรือ Fortune Cooking ซึ่งจะมีคำทำนายเล็กๆ ไว้ด้วยค่ะ

สำหรับมื้อนี้ ต้องบอกว่า เป็นมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ แม้ว่าบางเทคนิคหรือลูกเล่น เราอาจจะเคยเห็นผ่านตามาแล้วบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้การจับคู่ของวัตถุดิบและคอนดิเมนท์ในจาน น่าสนใจน้อยลงเลย วัตถุดิบและเครื่องเทศน่าตื่นเต้นสารพัด จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Restaurant POTONG ถึงเป็นที่พูดถึงมากที่สุดในขณะนี้


ร้าน โพทง (Restaurant Potong)

ตั้งอยู่ภายในซอยวานิช 1 ซึ่งเป็นหมู่ตึกร้านค้าส่งในสำเพ็ง ทำให้เป็นซอยแคบ และไม่มีที่จอดรถหน้าร้าน แต่ทางร้านได้แนะนำที่จอดรถใกล้ๆ พร้อมรายละเอียดไว้ที่ > https://www.restaurantpotong.com/parking

เปิดให้บริการทั้งมื้อเที่ยงและเย็น โดยทางร้านแนะนำให้เช็คเวลาเข้าไปก่อนเนื่องจากอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของรัฐบาลในสถานการณ์ปัจจุบัน

ปิดทุกวันอังคารกับวันพุธ

โทร. 0829793950
จองได้ที่ https://www.restaurantpotong.com/reservation

error: